Browse Author: avengerX8

นักเตะคีย์แมน ของเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่พลิกแซงมาคว้าแชมป์ได้

บาเยิร์น มิวนิค sbobet

ต้องยอมรับว่าบุนเดสลีก้าซีซั่นนี้ เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ไม่ง่ายนักสำหรับ บาเยิร์น มิวนิค ในการเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีคส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าพวกเค้าเองฟอร์มดร็อปลงไปในช่วงต้นซีซั่น ก่อนจะเปลี่ยนผู้จัดการทีมแล้วทุกอย่างลงตัวทันที ทีมฟุตบอลมันจะแปลกอย่างหนึ่งพอเปลี่ยนผู้จัดการทีมจะทำให้นักเตะหลายคนเล่นดีขึ้นมาด้วย การที่บาเยิร์น มิวนิคกลับมาคว้าแชมป์ได้มีนักเตะที่เป็นคีย์แมนใครกันบ้าง

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ยิ่งแก่ ยิ่งเผ็ด ยิ่งลง ยิ่งยิง คงเป็นนิยามของชายคนนนี้ ซีซั่นนี้ เราจะได้เห็นความยอดเยี่ยมของสุดยอดดาวยิงอีกครั้ง สถิติซีซั่นนี้ที่ยิงไปแล้ว 33 ประตูในลีคไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ยิ่งถ้ามองไปในรายละเอียดเค้ายิงประตูทำให้ทีมชนะมากถึง 7 เกมด้วยกัน แม้ว่าในช่วงที่ที่มฟอร์มแกว่งก็มีเค้านี่แหละที่ยังยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นเดอะแบกของทีมในช่วงเวลานั้นจนได้รับความสำเร็จในท้ายที่สุด

โทมัส มุลเลอร์

มีคนยิง ก็ต้องมีคนจ่าย แน่นอนว่าจอมแอสซิสต์อันดับหนึ่งของทีมก็ต้องยกให้กับ โทมัส มุลเลอร์ ที่ทำแอสซิสต์ไปแล้ว 20 ครั้งในซีซั่นนี้ เค้าเป็นคนที่ปั้นเกมแดนกลางให้เหนือกว่าคู่แข่ง แถมคอยจ่ายให้กองหน้ายิงเป็นกอบเป็นกำทั้งจ่ายทะลุช่อง หรือ เปิดจากด้านข้างซ้าย ขวาได้หมด ขนาดเอา คูตินโญ่ มากดดันตำแหน่งแต่ก็เบียดมุลเลอร์ ลงตัวจริงไม่ได้ คิดเอาก็แล้วกัน

โจชัว คิมมิช

คนนี้ซีซั่นนี้ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลยก็คือ การเปลี่ยนตำแหน่งจากแบ็คขวาที่เล่นได้ดีจนถูกยกให้เป็นที่สุดในตำแหน่งนี้ไปแล้ว แต่เค้าโดนโยกมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ปกตินักเตะที่โดนโยกตำแหน่งจะเล่นไม่ค่อยดีเท่าไรเพราะไม่ชิน แต่ไม่ใช่กับเค้าเลย พอมาเล่นตรงนี้เหมือนปลดล็อคบางอย่าง ทำให้เค้าเล่นได้ดีขึ้นอีก บวกกับพลังงานที่ชาร์ตมาเต็มแบบไม่มีหมดทำให้วิ่งได้จนจบเกม แล้วเติมเทคนิคลงไป ทุกอย่างก็ลงตัวสถิติจ่ายบอลสำเร็จ 92% คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก

เก็บตกหลังเกมดารบี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์

ดารบี้แมตช์ถือว่าชื่นมื่นกันไปทั้งกองเชียร์ขาประจำ และกองเชียร์เฉพาะกิจ ในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ กลายเป็นว่าปีนี้เมืองแมนเชสเตอร์กลายเป็นสีแดงไป ทำเอาแฟนแมนยูยิ้มแก้มปริ จนถึงแฟนทีมอื่นบนหัวตารางด้วย เพราะการชนะครั้งนี้ของแมนยูทำเอา แมนซิตี้ แชมป์เก่าถูกลิเวอร์พูลจ่าฝูงไป 14 คะแนน โอกาสค่อนข้างริบหรี่ ผลการแข่งขันก็ว่ากันไป เรามาเก็บตกหลังเกมนี้กันว่ามีอะไรบ้าง
รับอาจจะไม่แน่น แต่สวนคมกริบ
เกมนี้เปิดหัวมาต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นรองอยู่พอสมควรในเรื่องคุณภาพของทีม ทำให้เปิดเกมมาพวกเค้าต้องเลือกตั้งรับอย่างอดทน แล้วอาศัยเกมโต้กลับแบบเฉียบคม ส่วนเกมรับเอาจริงยังไม่ดีเท่าไร แนวรับแข็งจริง แต่กอกลางตัวรับที่จะคอยสกรีนบอลก่อนไปถึงกองหลังไม่ค่อยดีเท่าไร ทำให้กองหลังมีจังหวะเสียวได้ตลอด ยังดีที่ เดเกอา วันนี้ฟอร์มเข้ามือ ป้องกันลูกยากได้ตลอด ส่วนเกมรุกก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เร็ว แรง คมกริบเลยทีเดียว สองประตูที่ได้เกิดจากเกมสวนกลับที่เร็วมากจนกองหลังซิตี้รับไม่ทัน
วานบิสซาก้า แมนออฟเดอะแมตช์
จุดเด่นที่สุดของแมนเชสเตอร์ในเกมนี้ บอกเลยว่าคือ อารอน วานบิสซาก้า ไอ้แมงมุมคนนี้นี่เอง ต้นเกมโดนราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลี้ยงผ่านไปได้ทีหนึ่งในใจคิดเลยว่าโดนพาทัวร์ตลอดทั้งเกม แต่ปรากฏว่า ราฮีม ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ที่เหลือในเกมทุกครั้งที่ดวลกัน ราฮีม สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง จนทำให้เกมรุกฝั่งราฮีม เล่นไม่ได้เลย ที่เหลือก็เป็นอย่างที่เห็นกัน บอกเลยว่าคนนี้อาจจะขึ้นแบ็คระดับโลกได้อีกไม่นาน
เร็ว เร็ว เร็ว
เกมบุกของแมนยูในเกมนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นไปตามที่ เป๊ป โค้ชแมนซิตี้มาสัมภาษณ์ไว้หลังเกมว่า ตัวบุกของแมนยูเร็วมากจนทำให้พวกเค้าไม่สามารถรับมือได้ทัน แรชเฟิร์ด, มาร์กซิยาล ,เจมส์ กลายเป็นแนวรุกสามประสานที่เร็ว คล่องตัว วิ่งพล่านไปทั่ว จนทำผลงานได้อย่างที่เห็น ก็ได้แต่หวังว่าเกมต่อๆไปทั้งสามจะเล่นได้แบบนี้อีก

SBOBET เกมพนันมากมายทั้งแทงบอลและคาสิโน

วันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับในการเล่นเกมคาสิโนออนไลน์ที่ SBOBET แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ จัดว่าเป็นเกมที่กำลังมาแรงมาก เพราะว่าสามารถเล่นได้ทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ตเลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดคอมแทงอยู่บ้านเท่านั้น ซึ่งการเล่นที่ SBOBET แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ นั้นก็มีกลยุทธ์และสูตรเด็ดในการเล่นเช่นกัน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้นักพนันสามารถชนะเดิมพันได้ง่ายขึ้น แต่จะต้องมีการเรียนรู้และศึกษารายละเอียดการเล่นเสียก่อน การเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์นั้นก็จะมีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำซึ่งนักพนันจะต้องทราบในส่วนนี้ด้วย จะทำให้ไม่ผิดกติกาซึ่งหากทำผิดกฎขึ้นมาแบบไม่ตั้งใจก็ตาม จะทำให้ไม่ได้รับเงินเดิมพัน และทำให้เสียเวลาเล่นเปล่าๆ แถมยังทำให้เสียความรู้สึกอีกด้วย ดังนั้นจึงควรเริ่มศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้มากที่สุดอย่างที่เขาบอกไว้ว่าเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครั้ง
ซึ่งสูตรต่างๆ ในการเล่นที SBOBET แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ นั้นนำไปใช้ได้จริงแต่ว่าก็ยังมีความแตกต่างเพราะสูตรต่างๆ นั้นเกิดจากการทดลองจากประสบการณ์ของนักพนัน ดังนั้นแต่ละคนอาจเจอสถานการณ์ที่ต่างกันอาจจะใช้สูตรแบบตรงๆ เลยไม่ได้ต้องนำไปปรับเสียก่อนเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานนั่นเอง แม้แบล็คแจ็คจะเป็นเกมที่ง่ายและมีกลยุทธ์ไม่กี่อย่างในการเล่นแต่สูตรที่คัดมานั้นก็ช่วยเพิ่มอัตราการชนะได้อย่างเน้นๆ เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรวาดฝันไว้ไปไกลเพราะว่าการพนันมีความเสี่ยงควรเผื่อใจไว้บ้าง บางคนหวังไว้สูงว่าพอใช้สูตรแล้วจะได้รับรางวัลก้อนใหญ่ซึ่งก็อาจจะไม่สมดั่งใจทุกครั้ง การเล่นแบล็คแจ็คก็ไม่ต่างจากการเล่นบนคอมพิวเตอร์ ในการชนะเกมนั้นไม่ควรเลือกแทงเสมอเพราะโอกาสน้อยมากๆ ที่ไพ่จะออกแต้มเท่ากันควรเลือกเดิมพันรูปแบบอื่นๆ จะทำให้มีโอกาสได้มากกว่า
ในการเดิมพันแบล็คแจ็คนั้นจะมีรูปแบบการเดิมพันที่ทำกำไรได้มากถึง 8:1 นักพนันหลายคนจึงสนใจรูปแบบการแทงชนิดนี้เพราะให้ผลตอบแทนที่เยอะมาก และสูตรก็เอื้ออำนวยอยู่พอสมควรทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับดวงด้วยแต่ไม่ว่ายังไงการแทงเสมอก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก SBOBET แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ สร้างโอกาสการทำเงินให้กับนักพนันได้เพียงแค่ต้องมีสติในการเล่นและวางแผนการเดิมพันล่วงหน้าก่อนเสมอ เงินทุนนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่าตั้งเป้าหมายให้เกินตัวเพราะจะเอื้อมไม่ถึง ตั้งเป้าไว้เล็กๆ กินกำไรน้อยดีกว่าเป้าใหญ่แต่ทำกำไรไม่ถึง

รอยปริแตกของสปิริตทีมชุดขาว

ราชันชุดขาว รีล มาดริด เราอาจจะเคยเห็นแต่มุมของผู้ชนะ ผู้เก่งกาจ แหล่งรวมดาราระดับโลกมาตั้งแต่ยุคกาแลคติกอส ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน หลุยส์ฟิโก้ โรแบโต้ คาร์ลอส มาจนถึงยุคปัจจุบันที่เหล่าผู้เล่นระดับ ซุปตาร์ ชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น โรนัลโด้ แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส เป็นต้น แต่อีกมุมหนึ่ง ทีมนี้ก็เป็นอีกทีมที่มีปัญหาเรื่องทีมสปิริตมากเช่นกัน
เน้นการซื้อ ไม่เน้นการสร้าง
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมราชันชุดขาว มักจะมีปัญหาภายในห้องแต่งตัว และการเมืองภายในก็คือ นักเตะของทีมนี้มักจะเป็นนักเตะที่มาจากการซื้อ มากกว่าการสร้าง แถมอยู่กันไม่นานก็เปลี่ยนแปลงอีก บวกกับนักเตะที่ซื้อมักจะมีอีโก้สูง(ตามค่าตัว)เมื่ออยู่กันไม่นานทำให้บางครั้งความผูกพันมันไม่ค่อยเกิดขึ้นระหว่างนักเตะเท่าไร อารมณ์ประมาณว่าร่วมกันเตะฟุตบอลเฉยๆไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไรนัก
การอวยของสื่อในมือตัวเอง
ข้อสองที่ทำให้สปิริตทีมชุดขาวมีปัญหาบ่อยๆก็คือ นักเตะที่ซื้อมามักจะมีอีโก้สูงอยู่แล้ว ยิ่งพอได้มาอยู่ในมาดริด เจอแสง สีเสียง เข้าไปก็ย่อมมีหลงกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ที่หนักสุดคงจะเป็นเรื่องของสื่อในมือของมาดริดที่ต้องบอกว่า “อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก” กันเลยทีเดียว คนเราพอเจอการอวยระดับสุดยอดเข้าไปมันก็คือ หลงคิดไปว่าตัวเองเก่ง เจ๋งแน่ มองเพื่อนร่วมทีมที่เล่นพลาดว่าเป็นตัวปัญหา จนกลายเป็นปัญหาเรื่องทีมสปิริตไปจนได้
ความอยากเด่น อยากดัง
ข้อสุดท้ายที่กำลังจะทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นคนทำให้ทีมสปิริตเสียนั่นก็คือ ความอยากเด่นอยากดัง โดยเฉพาะตอนนี้ที่โด้กำลังเป็นอยู่ บางครั้งดูแล้วเหมือนเค้าเล่นเพื่อตัวเอง ไม่ได้เล่นเพื่อทีม หรือคิดว่าทีมต้องเล่นเพื่อเค้า ให้เค้าได้ยิง ให้ได้อยู่ในโฟกัส ซึ่งความคิดแบบนี้แหละจะทำลาย รีล มาดริด แบบไม่เหลืออะไรเลย ต้องมาดูกันต่อไปว่า กุนซือซีเนอดีน ซีดาน ในฐานะที่เคยเป็นนักเตะยุคกาแลคติกอสมาแล้ว จะแก้ไขอย่างไร

แดงเดือดที่ไม่เดือดเหมือนเคย เพราะอะไร

จบกันไปแล้วสำหรับแดงเดือดยกแรกของฤดูกาลนี้ ที่ต้องบอกว่า เป็นแดงเดือดที่ “เงียบ” มากๆ ไม่มีประเด็นให้แฟนบอลได้ถกเถียง เกทับ บลัฟแหลกกันเหมือนที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากทีเดียว จำไม่ได้เลยว่าแดงเดือดที่เงียบเหมือนเป่าสากอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร แต่ครั้งนี้เป็นเพราะอะไรเรามาวิเคราะห์กัน
สงครามจิตวิทยา ไม่เล่นกันเลย
ก่อนเกมใหญ่ระดับแมตซ์หยุดโลกอย่างนี้จะเริ่มต้นขึ้นนั้น นักข่าวส่วนใหญ่มักจะมีการสัมภาษณ์ “ล่อเป้า” ทั้งผู้จัดการทีมและนักเตะ เพื่อให้พูด “ยั่วยุ” ฝ่ายตรงข้ามแล้ว สื่อก็เอาไปขยายความนั่งเทียนเขียนต่อขายหนังสือพิมพ์กันอย่างสนุกสนาน แต่คราวนี้กุนซือทั้งสองทีมไม่หลงกลเลย ต่างฝ่ายต่าง “อวย” กุนซือฝ่ายตรงข้ามกันอย่างให้เกียรติแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เมื่อกุนซือไม่พูดหาเรื่อง นักเตะไม่พูด สงครามจิตวิทยาด้วยการพูดเชิงลบก็ไม่เกิด กระแสก็ไม่เกิด
กุนซือ ห้ามปรามแฟนบอลยั่วยุ
นอกจากจะไม่ “ยั่วยุ” ฝ่ายตรงข้ามแล้ว กุนซือทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็น คล็อปป์ และ จ่ามู กลับได้แสดงทัศนะที่เหมือนกันด้วยว่า แฟนบอลไม่ควรจะยั่วยุฝ่ายตรงข้ามด้วยการเอาเรื่องโศกนาฏกรรมมาล้อเล่นได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ฮิลล์สโบโร่ของลิเวอร์พูล และ เรื่องเครื่องบินตกของแมนยู เมื่อกุนซือออกมาพูดแบบนี้แฟนบอลก็ไม่เอาด้วย เกมมันก็เลยไม่เดือดอย่างที่คิด
เกมในสนามเล่นฟุตบอลเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายที่แดงเดือดไม่เดือดอย่างที่เป็นมาก็คือ นักเตะทุกคนในสนามทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมคือเล่นฟุตบอลเท่านั้น ไม่มีการเล่นนอกเกม ไม่เล่นรุนแรงจนน่าเกลียด จนคนดูต้องโห่ ทุกคนต่างเล่นแต่ฟุตบอลเท่านั้น เมื่อรวมทั้งสามสิ่งนี้แล้วทำให้เกมแดงเดือดที่ผ่านมา เน้นไปที่ฟุตบอลและผลการแข่งขันมากกว่าศักดิ์ศรี ถือว่าเป็นสีสันที่แปลกตาดีทีเดียว

“เจมี่ คาร์ราเกอร์” หัวร้อนจวก เนย์มาร์ เล่นบอลน่าผิดหวังไม่ต่างจากเด็กอนุบาล

 

“เจมี่ คาร์ราเกอร์”  อดีตนักเตะกองหลังของ ลิเวอร์พูล อกกมาโจมตี เนย์มาร์ ดาวยิงซุปตาร์ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในช่วงนี้ ที่เขาแกล้งสำออยเจ็บพลิกไปมาในสนาม ระหว่างที่ลงสนามใน
ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม) ที่ต้องเผชิญหน้ากับ “ลิเวอร์พูล” เมื่อคืนที่ผ่านมา อีกทั้งยังจวกต่อไปยัง “ธิอาโก้ ซิลวา”  แนวรับกัปตันทีม เปแอสเช ที่แสดงละครเก่งไม่ต่างจากรุ่นน้องร่วมชาติอย่าง “เนย์มาร์”

คาร์ราเกอร์ เปิดใจผ่านสื่อ “Viasport ” หลังจบเกมว่า “มันน่าผิดหวังมากเป็นอย่างมากโดยเฉพาะนักเตะชื่อดังระดับโลกอย่าง เนย์มาร์ เขาเริ่มแสดงละครตั้งแต่ครึ่งแรก นี่เรากำลังพูดถึงหนึ่งใน
นักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่ดูสิ่งที่เขาทำสิมันน่าอายมาก ๆ ”

“ถ้าหากเขายังทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ผู้คนก็จะจดจำในสิ่งที่เขาทำอยู่ มากกว่าการเป็นนักเตะฝีเท้าดีอย่างที่เขาเป็น ผมไม่ได้มีความรู้สึกเห็นใจผู้เล่นของ เปแอสเช เลยสักนิด
ถ้าหาก คล็อปป์ จะหัวเสียกับการกระทำของพวกเขา มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้”

“อีกคนก็คือ ธิอาโก้ ซิลวา เขาคือกัปตันทีม เป็นกองหลัง แต่ดันมาแกล้งเจ็บเล่นถ่วงเวลาอยู่แถวมุมธงแถมยังเสแสร้งเอามือมาปิดหน้า นี่คือสโมสรชั้นยอด เปแอสเช มีผู้เล่นเก่ง ๆ
มากมาย พวกเขาไม่จำเป็นต้องอาศัยแท็คติคแบบนี้ พวกเขาควรเล่นฟุตบอลให้เป็นที่น่าจดจำ พวกเขาควรที่จะละอายใจ ผมไม่รู้จริง ๆว่าพวกเขายังมีหน้ากลับไปพูดคุยกับครอบครัว
และภรรยาได้อย่างไร เพราะเอาแต่นอนดิ้นพล่านไปมาในสนาม การเล่นแบบนี้คุณจะเห็นได้จากเด็กอนุบาลเท่านั้นแหละ” คาร์ราเกอร์กล่าวตบท้าย

กุนซือดังปิศาจแดง มูรินโญ เดิน เท้าเข้าสนามแข่งหลังเจอปัญหารถติดเล่นงาน

กุนซือปีศาจแดง มูรินโญ ต้องเดินเท้าเข้าไกลกว่าครึ่งไมล์เพื่อมาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมกับไอ้ม้าลาย หลังเจอปัญหารถติดเล่นงาน โดยโชเซ มูรินโญ เฮดโค้ช แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 
โชว์สปิริตเดินกว่าครึ่งไมล์เพื่อมาสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังเจอปัญหาการจราจรติดขัดเล่นงานเพราะแฟน ๆ ของทั้ง 2 ทีมต่างเดินทางเข้าสู่สนามเพื่อรับชมเกมส์การแข่งขันของคู่นี้

ก่อนหน้านี้ปีศาจแดงเพิ่งโดน ยูฟ่า ลงโทษปรับเงิน 15,000 ยูโร จากกรณีที่เดินทางมาถึงสนามล่าช้าในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ บาเลนเซีย นัดที่ผ่านมา เนื่องจากการจราจรในเมืองแมนเชสเตอร์ติดขัด 
อย่างไรก็ตามก็ทีมก็ยังต้องเจอปัญหาเดิมอีกครั้ง แม้จะเปลี่ยนโรงแรมที่พักจาก เดอะ ลอว์รี มาเป็น ฮิลตัน การ์เด้น ที่ห่างจากสนามแข่งเพียงครึ่งไมล์ก็ตาม

โดยกุนซือโปรตุเกสและสต๊าฟฟ์ตัดสินใจเดินฝ่าฝูงชนไปที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่อยากเสียเวลา ขณะที่นักเตะยังคงใช้รถบัสเดินทางตามปกติ 
“อย่างที่คุณรู้เรามีการเปลี่ยนโรงแรมที่พัก โรงแรมอยู่แค่ประมาณมุมตึกนี่เอง นักเตะต้องอยู่ในรถบัส 45 นาที และผมต้องเดินท่ามกลางแฟนบอลโดยใช้ฮู้ดคลุมหัว และไม่มีใครจำผมได้” 

“ยูเวนตุส ก็เจอปัญหาเดียวกับเรา ผมรายงานเรื่องนี้กับตัวแทนของยูฟ่าไปแล้ว เพราะเราไม่อยากโดนลงโทษอีกครั้ง” มูรินโญ กล่าว หลังเกมส์การแข่งขันจบผลการแข่งเป็น 
แมนฯยูไนเต็ด ที่พ่ายคารังต่อ ยูเวนตุส 0-1 มี 4 คะแนนจากสามนัด แต่ยังรั้งรองจ่าฝูงของกลุ่มอยู่

สรุปพัฒนาการของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในรอบ 3 ปี

สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล นับตั้งแต่ได้ เจอร์เกน คล็อปป์ ชาวเยอร์มัน นั่งแท่นกุนซือเมื่อ 3 ปีก่อนในช่วงเดือนตุลาคมนี้ นี่ก็ถือได้ว่าเป็นการครบรอบ 3 ปี ของการเป็นผู้จัดการทีมในรั้วแอนฟิลด์ของ
เจอร์เกน คล็อปป์ ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาการทำงานในฐานะของผู้จัดการทีมหงส์แดงก็มีพัฒนาการที่ถือว่าดีขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน ทั้งการฟอร์มทีม สร้างนักเตะดาวรุ่งให้มีผลงานมากขึ้น รวมไปถึงสร้างผลงานที่ดีขึ้น
ในยุโรปอีกด้วย และที่สำคัญเป้าหมายของทีมก็ คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองให้ได้สักที

นับตั้งแต่ หงส์แดง คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ในคืนมหัศจรรย์ที่อิสตันบูล ปี 2005 และเข้าชิงอีกครั้งในปี 2007 ก่อนพ่ายให้กับ เอซี มิลาน ไป 2-1 นับแต่นั้นกว่าสิบปีที่ เจ้าของแชมป์ยุโรป 5 สมัย ไม่เคยเข้าถึงนัดชิงอีกเลย
จนกระทั่งการเข้ามาของ เจอร์เกน คล็อปป์ คล็อปป์ พาทีมหงส์แดงเข้าชิง ถ้วย ยูโรปาลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เพียงฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมลิเวอร์พูล แม้สุดท้ายจะพ่ายให้กับ เซบีย่าไป 3-1 แต่ก็นับว่าได้ใจกองเชียร์
หงส์แดงเป็นอย่างมาก และในซีซั่น 2017-2018 อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ ก็พาทีมเข้าถึงรอบชิงแชมป์เปี้ยนลีก ก่อนพ่ายให้กับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ไปอย่างน่าเสียดาย ถือเป็นการกลับมาเข้าชิงถ้วยใหญ่สุดของยุโรปอีกครั้ง
ในรอบ 10 ปี

การเข้าชิงบอลถ้วยยุโรปสองครั้งในรอบ 3 ปี แม้สุดท้ายจะพ่ายทั้งสองครั้งแต่ก็ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล กลับมามีผลงานที่ดีได้อีกครั้งในยุโรปก็ด้วยผลงานของกุนซือมากฝีมืออย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ นั้นเอง
ซึ่งไม่แน่ว่า ซีซั่นนี้อาจได้เวลาคว้าแชมป์อีกครั้งของพวกเขาในถ้วยยุโรปก็เป็นได้ นับตั้งแต่การมาของ คล็อปป์ ฟีร์มิโน่ มีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาลงเล่นไปกว่า 105 เกมส์ ในพรีเมียร์ลีก และ ทำไปแล้ว 38 ประตู
กับ 23 แอสซิสต์ หากไม่ได้รับการผลักดันจาก คล็อปป์ ทุกวันนี้ เฟมีโน่ อาจเป็นเพียงผู้เล่นในม้านั่งสำรองก็เป็นได้ เมื่อได้โอกาส ฟีร์มิโน่ ตอบแทนความไว้วางใจของค๊อปป์ด้วยการทุ่มเทอย่างหนัก ทั้งในการฝึกซ้อม
และในสนามแข่ง แม้กระทั่งความบาดเจ็บจากการโดน นิ้วของ แฟร์ทองเก้น จิ้มเข้าที่ตา ก็หยุดความมุ่งมั่นของ ฟีร์มิโน่ ไม่ได้ ทุกวันนี้ ฟีร์มิโน่ เป็นตัวหลักที่ ลิเวอร์พูลจะขาดไม่ได้ไปแล้ว ซึ่งคงต้องขอบคุณในการทุ่มเทของเขา
และควาเชื่อมั่นในตัว ฟีร์มิโน่ ของ คล็อปป์ ที่ทำให้ ฟีมีโน่มีฟอร์มการเล่นทีดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การเข้ามาปรับรูปแบบการเล่นให้ ลิเวอร์พูล กลับมาเป็นทีมทีเน้นเกมส์รุก สมฉายา เครื่องจักรสีแดง อีกครั้ง ด้วยแผนการเล่นแบบ เกเก้นเพรสซิ่ง ที่ทำให้หงส์แดงเล่นได้อย่างดุดันและดูสนุกมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
ทั้งสมัย ราฟา และ ร๊อดเจอร์ ที่ต่างก็เป็น กุนซือที่เน้นเกมส์รับทั้งคู่ การแจ้งเกิดของ 3 ประสานในแนวรุก อย่าง ฟีร์มิโน่, โม ซาล่า และ มาเน่ นั้น สร้างความตื่นตาตื่นใจใก้กับกองเชียร์ เดอะ ค้อป เป็นอย่างมาก ซึ่งแผนการเล่นของ
คล็อปป์ นั้นไม่ได้เน้นไปที่การให้นักเตะ ครองบอล, ผ่านบอล หรือกระทั่ง การลากเลื้อย แต่ คล็อปป์ จะเน้นไปที่ การเปิดโอกาสให้นักเตะได้แสดงความสามารถที่ตัวเองมี ออกมาให้ได้มากที่สุด ผ่านการเล่นแบบเพรสซิ่งใส่คู่แข่ง
อยู่ตลอดเวลา ล่าสุด อย่าง ดาเนี่ยล สเตอรริดจ์ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่กับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้งในยุคของ คล็อปป์ ซึ่งข้อดีของ คล็อปป์ ก็คือ เขาจะเข้าใจผู้เล่นว่า ใครมีจุดเด่นตรงไหน และจะนำมาใช้ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
ให้กับทีมได้อย่างไร และนี่คือหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้หงส์แดง บินสูงอยู่ในขณะนี้

แม้ว่า ฤดูกาลนี้ คล็อปป์ จะใช้เงินเสริมทัพอย่างมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ คล็อปป์ ไม่เคยลืมเลย คือการให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งของสโมสร อย่างเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คือหนึ่งในนักเตะเยาวชนที่คล็อปป์ปลุกปั้นและ
ให้โอกาส จนปัจจุบันกลายเป็นตัวหลัก ทั้งกับ ลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ ด้วยวัยเพียง 20 ปี โจ โกเมซ ก็คืออีกคนที่ คล็อปป์ อดทนบ่มเพาะมาตั้งแต่อายุ 18 ปี และโกเมซ ก็ได้ตอบแทนความไว้วางใจของ คล็อปป์
ด้วยฟอร์มการเล่นที่ขึ้นอย่างผิดหูผิดตาในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะนัดล่าสุด ที่เสมอกับ แมนฯ ซิตี้ ไป 0-0 ที่แม้จะถูกโยกมาเล่นแบ็กขวา และดูไม่นิ่งในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็สามารถจัดการ สเตอร์ลิง ได้อยู่หมัด แถมเติมขึ้นไป
ช่วยเกมรุกได้เป็นอย่างดี ซึ่งทั้งหมดก็มาจากความเชื่อมั่นและให้โอกาสในนักเตะเยาวชนของคล็อปป์ นั้นเอง

ที่สำคัญความหวังในแชมป์พรีเมียร์ลีก เจอร์เกน คล็อปป์ พาลิเวอร์พูลจบอันดับ 8 ในซีซั่นแรกของเขาในอังกฤษ คว้าอันดับ 5 ในซี่ซั่นที่สอง และในซีซั่น 2017-2018 อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์ พาหงส์แดงคว้าอันดับ 4 ในซีซั่นนี้
คล็อปป์ มีการปรับเพิ่มเสริมแกร่งให้กับทีมลิเวอร์พูล แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยการดึง นาบี เกอิต้า กับ ฟาบินโญ่ รวมทั้ง เซอร์ดาน ชากิรี่ มาเสริมทัพ อีกทั้งยังดึงเอามือหนึ่งทีมชาติ บราซิล อย่าง อลิซอน จากโรม่า มาแก้ไขปัญหา
ผู้รักษาประตู ที่ถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีปัญหาเรื้อรังมานานของทีม หงส์แดง ผลงาน ชนะ 6 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก ทำสถิติออกสตาร์ทฤดูกาลได้ร้อนแรงสุดในรอบ 57 ปี แม้ว่าจะสะดุด เสมอไปสองนัดล่าสุด ทั้งกลับ เชลซี
และ แมนฯ ซิตี้ แต่ หงส์แดง ยังเกาะอยู่ที่อันดับสามของตาราง มีแต้มเท่ากับจ่าฝูง และ รองจ่าฝูง อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี เป็นรอง ก็เพียงลูกได้เสียเท่านั้น ทำให้ซีซั่นนี้ เป็นซีซั่นที่เหล่าแฟน ๆหงส์แดง ต่างมีความหวังที่จะ
ยุติการรอคอยที่ยาวนานกว่า 28 ปี กับแชมป์ลีกสูงสุดลงเสียที ซึ่งหาก คล็อปป์ ยังทำให้ ลิเวอร์พูล มีฟอร์มการเล่นที่ดีอย่างนี้ได้ตลอดทั้งฤดูกาล 28 ปีที่รอคอยอาจหยุดลงในปีนี้ก็เป็นได้ ถ้าลิเวอร์พูลได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ ลีกในฤดูกาลนี้เสียที

หมายเลข 7 ของ “ปีศาจแดง” คือ เลขอาถรรพ์หรือเลขแห่งตำนาน

เสื้อทีมหมายเลข 7 ของสโมสร “ปีศาจแดง-แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานมาหลายรุ่น ซึ่งนักเตะระดับตำนานทั้ง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร๊อบสัน, อีริก คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
แต่หลังจากนั้นมาหมายเลขนี้กลับกลายเป็นเหมือนคำสาปของผู้สวมใส่รายอื่น ๆ ต่อมา นับตั้งแต่การย้ายทีมของโรนัลโด้ หมายเลข 7 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เหมือนโดนคำสาป ซึ่งกว่า 8 ปี กับ นักเตะหมายเลข 7 ทั้งหมด 5 ราย
นับแต่ โอเวน ถึง อเล็กซิส ไม่น่าเชื่อว่า พวกเขาทำประตูรวมกันทั้งหมดได้เพียง 14 ประตู จากจำนวนรวมกันทั้งหมด กว่า 139 นัด ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับตำนานนักเตะหมายเลข 7 ของปีศาจแดงที่ผ่านมา
ทั้ง คันโตน่า,จอร์จ เบสต์ หรือแม้กระทั่ง โรนัลโด้ เพียงคนเดียว ก็ยิงไปแล้ว ถึง 84 ประตู จาก 6 ซีซั่นในโอลด์ แทร์ฟฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม หลังจากาการย้ายสู่ เรอัล มาดริด ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในปี 2009 แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถหานักเตะที่จะมาสืบทอดตำนานหมายเลข 7 ได้อีกเลย จนปัจจุบัน ทันทีที่ อเล็กซิส ซานเชส ยิงประตูในนาทีสุดท้าย
พาปีศาจแดงพริกนรกกลับมาเอาชนะ นิวคาสเซิล ไปได้ 3-2 แฟน ๆแมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนก็หวังว่า อเล็กซิส จะกลับมาคืนฟอร์ม และเล่นได้สมกับเป็นนักเตะที่ใส่เสื้อหมายเลข 7 ในตำนานของทีมเสียที
หลังจากที่ย้ายมาจากอาร์เซน่อล เมื่อกลางซีซั่นก่อน อเล็กซิส เพิ่งทำประตูได้เพียง 3 ประตูในพรีเมียร์ลีก เท่านั้น ตั้งแต่ตำนานหมายเลข 7 คนสุดท้ายอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จากไป ใครบ้างที่ แมนฯ ยูไนเต็ด
ได้ฝากความหวังในการเป็นตำนานหมายเลข 7

ไมเคิล โอเวน ปี 2009-2012 ไมเคิล โอเวน คือคนแรกที่เข้ามารับไม้ต่อ จาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยย้ายจาก นิวคาสเซิล สู่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2009 และ ได้รับโอกาสจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ให้สวมหมายเลข 7
ในตำนานนี้ทันที อย่างไรก็ตาม การย้ายสู่รั้วปีศาจแดงครั้งนี้ ของ โอเว่น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า สงครามประสาท ของ เฟอร์กี้ ที่ตั้งใจ นำเอาอดีตขวัญใจ กองเชียร์ ลิเวอร์พูล มาเล่นในถิ่น โอล์ด แทรฟฟอร์ด
พร้อมมอบหมายเลข 7ในตำนานให้อีกด้วย ซึ่งสร้างเคียดแค้นให้กับแฟนหงส์แดงเป็นอย่างมาก ฤดูกาลแรกของ โอเว่น ทำได้ เพียง 5 ประตู จากการลงสนาม กว่า 31 นัด ซึ่งถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
กับการใส่เสื้อหมายเลข 7 ของปีศาจแดง และตลอดสามปี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โอเว่น ยิงได้เพียง 17 ประตู รวมทุกรายการ และ ถูกปีศาจแดง ปล่อยตัว เมื่อหมดสัญญาในปี 2012 ในที่สุด

อันโตนิโอ วาเลนเซีย ปี 2012-2014 การย้ายจากวีแกน สู่รั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ วาเลนเซีย ในปี 2012 เจ้าตัวมาพร้อมกับ ตำแหน่งปีกขวาของทีม และได้รับโอกาสในการสวมเสื้อหมายเลข 7 จากเฟอร์กี้ ทันที
แต่ตลอดทั้งฤดูกาลแรกของ วาเลนเซีย กับ ปีศาจแดง เจ้าตัวทำได้เพียง 1 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 30 นัด จนเจ้าตัวต้องขอเปลี่ยนเบอร์เสื้อเมื่อจบฤดูกาล เพราะรับแรงกดดันจากหมายเลข 7 ในตำนานของปีศาจแดงไม่ไหว
และได้เปลี่ยนมาเป็น หมายเลข 25 พร้อมเปลี่ยนตำแหน่งจาก ปีกขวา เป็น แบ็คขวาของทีมนับแต่นั้นมา

อังเคล ดิ มาเรีย ปี 2014-2015 การย้ายจาก เรอัล มาดริด สู่โอลด์ แทรฟฟอรด ของ ดิ มาเรีย ในปี 2014 ด้วยค่าตัวกว่า 65 ล้านปอนด์พร้อมฟอร์มที่กำลังร้อนแรงสุดๆทั้งจากใน บอลโลก 2014 และกับ เรอัล มาดริด ทำให้
บรรดาแฟนของ ปีศาจแดง ต่างเชื่อมั่นว่า นี่จะเป็นตำนานหมายเลข 7 คนใหม่ของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งฤดูกาล ของ ดิ มาเรียกับปีศาจแดง เจ้าตัวทำได้เพียง 3 ประตู จาก 27 นัด ในพรีเมียร์ลีก และไม่สามารถปรับตัว
เข้ากับชีวิตใน อังกฤษได้ สุดท้าย ความหวังหมายเลข 7 คนใหม่ของแฟนๆปีศาจแดงก็ต้องย้ายทีมสู่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หลังจากย้ายมาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เพียง ฤดูกาลเดียวเท่านั้น

เมมฟิส เดปาย ปี 2015-2017 หลุยส์ ฟานกัล คว้าตัว เดปาย ที่ตอนนั้นถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ของ ฮอลแลนด์ จาก พีเอสวี มาด้วยค่าตัวกว่า 30.6 ล้านปอนด์ พร้อมหมายมั่นปั้นมือว่า นึ่จะเป็นตำนานหมายเลข 7 คนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ในฤดูกาลแรก ของ เดปาย เจ้าตัวทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 29 นัดในพรีเมียร์ลีก จนกระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโย ในซีซั่นต่อมา เจ้าตัวต้องตกเป็นเพียงตัวสำรอง และถูกเปลี่ยนตัวลงเล่นเพียง 4 นัด รวมเวลาทั้งหมด 20 นาทีเท่านั้น ก่อนต้องย้ายทีมไป โอลิมปิค ลียง ใน เดือน มกราคม 2017 ในที่สุด

อเล็กซิส ซานเชส ปี 2017-ปัจจุบัน การย้าย จาก อาร์เซน่อล สู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ อเล็กซิส ซานเชส เมื่อ มกราคม 2017 พร้อมทั้งการ สลับขั้วสู่ เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ของ เฮนริค มคิตาร์ยาน สร้างความสุขให้กับบรรดาแฟนปีศาจแดงเป็นอย่างมาก ทั้งการดึงเอาขวัญใจของคู่แข่งอย่างอาร์เซน่อล มาสู่โรงละครแห่งความฝัน รวมถึงปาดหน้าคู่แข่งร่วมเมือง อย่าง แมนฯ ซิตี้ ได้สำเร็จ แต่ฤดูกาลแรกของซานเชส ใน โอล์ด แทรฟฟอรด เขาทำได้เพียง 2 ประตู โดยได้หนึ่งประตูจากจุดโทษ ในนัดที่พบกับ ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ และ อีกหนึ่งประตู จากลูกยิงด้วยเท้าขวา ในนัดที่พบกับ สวอนซี รวมถึง แอสซิสต์ไป 3 ครั้ง จาก 12 นัดที่เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้ อเล็กซิส ลงเล่นไป 6 นัด และเพิ่งจะทำประตูแรกได้ในนัดล่าสุด จากลูกยิงในนาทีสุดท้ายของเขา ที่ช่วยให้ ปีศาจแดงกลับมาคว้าชัยชนะ หลังจากตามหลัง 0-2 ตั้งแต่ 10 นาทีแรกของเกมส์ ซึ่งถือเป็นประตูแรกของ อเล็กซิส ในพรีเมียร์ลีก ในรอบ 6 เดือนเลยทีเดียว หมายเลข 7 แห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ดนี้ จะยังเป็นอาธรรพ์ต่อไปอีกนานแค่ไหน และใครจะสามารถสานต่อตำนานบทนี้ ต่อจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ได้ แฟนบอลปีศาจแดงก็ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป

“อาซาร์” อยากย้ายไปร่วมงานลีกสเปนพื่อบัลลงดอร์

เอเด็น อาซาร์ นักเตะดาวเด่นสิงห์บลู เผยว่า รางวัลบัลลงดอร์อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาอยากย้ายไปเล่นในลีกสเปน โดยสตาร์ฟอร์มร้อนแรงจากเชลซี เผยว่า เขาอยากย้ายไปเล่นในสเปนเพื่อคว้าบัลลงดอร์
แต่จะไม่เกิดขึ้นแน่ในตลาดเช่วงดือนมกราคมนี้ พร้อมทั้งเชื่อว่าตัวเองคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก

กัปตันทีมชาติเบลเยียม อาซาร์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หลังซัดไปแล้ว 8 ประตู จาก 10 เกม โดยปัจจุบันเขาเหลือสัญญากับสิงห์บลูถึงปี 2020 ท่ามกลางความสนใจจาก เรอัล มาดริด
โดยสามารถเลือกรับชมคลิปไฮไลท์ผลงานที่ผ่านมาของเจ้าตัวได้เพิ่มเติมที่เวบไซด์ยูทูปรวมไปถึงคลิปไฮไลท์เกี่ยวกับการแข่งขันที่คุณต้องการรับชม

ทางด้านดาวเตะวัย 27 ได้เผยผ่านสื่อยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษหลังถูกถามว่า ผู้ชนะบัลลงดอร์ 10 ครั้งหลังสุดเล่นอยู่ในสเปน คุณจำเป็นต้องย้ายไปที่นั่นเพื่อบัลลงดอร์หรือเปล่า?
“บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผมอยากย้ายไปนะ”

นักข่าวยิงคำถามต่อว่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกหรือไม่? เขาตอบมาว่า “ใช่” สุดท้ายอาซาร์ทิ้งท้ายว่า “คุณต้องการพัฒนาตัวเองในฟุตบอลเสมอ ทำประตูมากขึ้นและทำแอสซิสต์มากขึ้น
ทีมช่วยเหลือผมเยอะมาก แต่ผมยังพัฒนาได้อีกแน่นอน”

อาร์แซน เวงเกอร์ แค่พักรอคัมแบ็ครับงานคุมทีมเร็ว ๆ นี้

อาร์แซน เวงเกอร์

อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือขรัวเฒ่าชาวฝรั่งเศส ยืนยันยังไม่คิดวางมือจากงานคุมทีม เพราะเชื่อว่าจะได้กลับมาทำงานข้างสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยอดีตนายใหญ่อาร์เซนอล ย้ำชัด
เขายังไม่คิดเกษียณตัวเองจากอาชีพผู้ฝึกสอน พร้อมเชื่อว่าจะได้กลับมารับงานคุมทีมในเร็ววันนี้

โค้ชรุ่นเดอะวัย 68 ปีกลายเป็นคนว่างงานนับตั้งแต่โบกมือลาจากการกุมบังเหียนทีมดัง อาร์เซนอล เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากคุมสโมสรมาอย่างยาวนานถึง 22 ปีเต็ม
“มันซับซ้อนนะ เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบ 35 ปี ที่ผมหยุดคุมทีม” กุนซือเฟร้นช์แมน เผยผ่านสื่อสำนักหนึ่งหลังถูกสัมภาษณ์ถามถึงโอกาสที่จะกลับมาคุมทีมอีกครั้งหนึ่ง
“แต่การหยุดพัก 2-3 เดือนที่ผ่านมามันดีต่อร่างกายมาก ผมจะกลับมาทำงานอีกครั้ง ในเร็ว ๆ นี้ แหละ”

จากนั้นนักข่าวได้ถามถึงโอกาสเข้ามารับช่วงต่อ โยอาคิม เลิฟ ในทีมชาติเยอรมัน โดยเวงเกอร์ตอบว่า “เยอรมัน? ผมไม่คิดแบบนั้นนะ” พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า
“ปัญหาของการทำทีมชาติ คือผมเสพติดกับการฝึกซ้อมทุกสัปดาห์ เมื่อคุณเข้าไปรู้จักมันแล้ว ผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน”

เก็บตกเกม สตองดาร์ ลีแอช เสมอ กับอาร์เซนอล

.เก็บตกเกม สตองดาร์ ลีแอช เสมอ กับอาร์เซนอลไฮไลต์อีกเกมหนึ่งที่แฟนบอลรอติดตามอยู่ก็คือ เกมที่สตองดาร์ ลีแอช เปิดบ้านต้อนรับแขกอย่างอาร์เซนอล ที่แม้ว่าคุณภาพทีมอาร์เซนอลจะดูมีภาษีดีกว่า แต่ความมั่นใจที่ดูหดหายไปเยอะช่วงนี้ทำให้งานที่ดูเหมือนง่ายของอาร์เซนอลดูจะไม่ง่ายเท่าไรนัก เรามาเก็บตกหลังเกมนี้กันหน่อยว่าภายใต้ผลเสมอ 2-2 มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
สภาพสนามไม่เป็นใจให้ทีมเยือน
สิ่งแรกที่ทำให้ทีมเยือนร้องจ๊ากเลย นั่นก็คือ สภาพสนามที่บอกเลยว่าไม่เป็นใจให้กับอาร์เซนอลอย่างมาก ดูสนามเละ แฉะพอสมควร ยิ่งตรงหน้าปากประตูยิ่งดูเละเข้าไปใหญ่ ทำให้การเล่นบอลบนพื้นแบบเท้าต่อเท้าของอาร์เซนอลที่เคยเป็นไม้เด็ดกลายเป็นเล่นไม่ได้เลย บอลไม่สามารถควบคุมทิศทางได้เท่าไรนัก นักเตะอาร์เซนอลเลยจ่ายบอลต่อกันไม่ติด บุกไม่ขึ้นเท่าไร จะเลี้ยงกินตัวบอลก็กระเด็นหนีไม่เชื่องเท้าเท่าไร ยังไม่นับการเล่นเกมรับที่บางจังหวะลูกบอล การวิ่ง การยืนตำแหน่งดูผิดไปหมดเลยไม่แปลกที่อาร์เซนอลจะเป็นฝ่ายที่เล่นไม่ออกเท่าไร
ออกนำ 2-0 จากจังหวะผิดพลาด
และแล้ว สภาพสนามก็ทำพิษกับแขกผู้มาเยือนอย่างอาร์เซนอลจริงๆ สตองดาร์ลีแอช ได้สองประตูจากความผิดพลาด + โชคช่วยเล็กน้อย ลูกแรกยิงไปกระดอนพื้นจนทำให้ลูกเปลี่ยนทิศทางแบบช่วยไม่ได้ ไม่แปลกที่ผู้รักษาประตูจะกระโดดรับไม่ทัน ส่วนลูกที่สอง นับว่าโชคร้ายจริง ลีแอช ยิงแล้วมันโดนกองหลังอาร์เซนอล เปลี่ยนทิศทางเข้าประตูไปลูกนี้หมดปัญญาป้องกันแบบไม่มีทางแก้ได้เลย
กลับมาได้ด้วยความมุ่งมั่น
หลังจากโดนไปสองลูก เหลือเวลาอีกประมาณ 20 นาที บอกเลยว่าแฟนบอลเชื่อว่าคงโดนแล้ว แพ้แน่ แต่พวกเค้ากลับไม่ยอมแพ้ต่อบอลกันขึ้นมาเป็นระบบมากกว่าเดิม ทำให้ ลากาแซตต์ มีโอกาสเข้าทำประตูมากขึ้นจนมาสำเร็จด้วยลูกโหม่งชาร์ตจ่อๆ ก่อนจะมาได้อีกประตูก่อนหมดเวลาไม่นาน คว้าผลเสมอกลับไปได้แบบหืดจับเล็กน้อย แต่สัญญาณการต่อสู้ไม่ถอยน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีของแฟนบอลกันเนอร์สได้เห็นแสงสว่างบางอย่าง